หน้า : พิมพ์หน้านี้ - ชทพน เสนอแนวคิด ไทยจะเป็นศูนย์กลางทรดคาร์บอนเครดิตโลก

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ห้องข่าว => ข้อความที่เริ่มโดย: jaiyean59 ที่ 30 มี.ค. 22, 10:38 น

ชทพน เสนอแนวคิด ไทยจะเป็นศูนย์กลางทรดคาร์บอนเครดิตโลก


กระทู้: ชทพน เสนอแนวคิด ไทยจะเป็นศูนย์กลางทรดคาร์บอนเครดิตโลก
เริ่มกระทู้โดย: jaiyean59 ที่ 30 มี.ค. 22, 10:38 น

เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา เครือเนชั่นจัดงาน Nation Dinner Talk : THAILAND FUTURE อนาคตประเทศไทย 2022 เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ณ ห้องคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ พบกับ 6 พรรคการเมืองใหญ่ ในเวที “พรรคการเมืองใหญ่ จะพาประเทศไทยไปทางไหน..?”
(https://imgz.io/images/2022/03/30/277585659_533439878145681_6411401624597622846_n.jpg)

หนึ่งในนโยบายของเหล่าพรรคการเมืองที่น่าสนใจและเป็นที่จับตามองคือ นายวราวุธ  ศิลปอาชา ตำแหน่งประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ของพรรคชาติไทยพัฒนา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับดีกรีปริญญาโทสาขาการเงินและการธนาคาร มหาวิทยาลัย Wisconsin-Madison ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เสนอนโยบายเศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจที่กำลังได้รับความนิยมทั่วโลก โดยมุ่งเน้นไปที่การปกป้องสิ่งแวดล้อม และการลดปัญหาภาวะโลกร้อน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโลกอย่างยั่งยืน และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แก่ประเทศ นี่จะเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ตั้งแต่ระดับรากหญ้าขึ้นมาจนถึง ภาคการเงินและภาคการลงทุน
(https://imgz.io/images/2022/03/30/cover.jpg)
ต่อมาจะผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการค้าคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit Exchange) คือการซื้อขายเครดิต โดย 1 เครดิต เท่ากับความสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จำนวน 1 ตัน เราจะขายให้กับประเทศที่พัฒนาแล้ว องค์กร ภาคอุตสาหกรรม หรือภาคเอกชน ที่ไม่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนเองได้ตามเป้าหมาย ซึ่งจะซื้อไปเพื่อใช้ขยายขอบเขต หรือชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตน ด้วยความที่ประเทศไทยมีพื้นที่ มีผืนป่า และศักยภาพในการปลูกต้นไม้มากพอ ทุกคนจึงสามารถเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการซื้อขายคาร์บอนเครดิตได้ พร้อมทั้งสร้างจุดแข็งใหม่ จากเดิมเราใช้ Black Gold, น้ำมัน หรือฟอสซิลฟีโอ แต่เราจะเปลี่ยนมาเป็น Green Gold (คาร์บอนเครดิต) และเสริมศักยภาพการลงทุนในสิ่งแวดล้อมด้วยเทคโนโลยี Blockchain กระตุ้นการลงทุนด้วยการสร้างคริปโตที่เรียกว่า “Green Coin” เป็น Token โดยรัฐบาลจะสนับสนุน Token นี้ตามความเหมาะสม และจะนำมาใช้เป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนการลงทุน และการซื้อขายคาร์บอนเครดิต ปัจจุบัน 23 องค์กรชั้นนำของประเทศไทย เตรียมเข้ามาซื้อขายคาร์บอนเครดิตด้วยความสมัครใจ
(https://imgz.io/images/2022/03/30/money-g1902d9662_1920.jpg)
การนำพาประเทศไทยไปสู่การเป็นเศรษฐกิจสีเขียว และการเป็นศูนย์กลางการค้าคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit Exchange) เพื่อให้ประเทศไทยมีเงินทุนไหลเวียนจากทั่วโลกไหลเข้ามาในประเทศ และรายได้จะถูกกระจายแก่พี่น้องประชาชน เกษตรกร อย่างทั่วถึง อีกทั้งเรากลายเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้ประเทศ และลดการเกิดภาวะโลกร้อนอีกด้วย