หน้า : พิมพ์หน้านี้ - ทีวี ทัชสกรีน คืออะไร? มันแตกต่างจากทีวี ธรรมดาอย่างไงบ้าง?

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => เทคโนโลยี => ข้อความที่เริ่มโดย: babalazabzab ที่ 21 เม.ย. 22, 16:23 น

ทีวี ทัชสกรีน คืออะไร? มันแตกต่างจากทีวี ธรรมดาอย่างไงบ้าง?


กระทู้: ทีวี ทัชสกรีน คืออะไร? มันแตกต่างจากทีวี ธรรมดาอย่างไงบ้าง?
เริ่มกระทู้โดย: babalazabzab ที่ 21 เม.ย. 22, 16:23 น
(https://sv1.picz.in.th/images/2022/04/21/8aNwTQ.jpg)

             ทีวี หรือ ‘โทรทัศน์’ ที่ใช้กันตามบ้านเรือนทั่วไปที่เรารู้จักกันดีแล้วนั้น เราเชื่อว่าหลายคนคงได้ยินคำว่า ทีวี ทัชสกรีน  (https://www.samsung.com/th/business/smart-signage/interactive-display/interactive-display-ts-2-series-lh65tcqmbc-xs/) เพิ่มเข้ามาในช่วงไม่กี่ปีให้หลังกันมาบ้างแล้ว ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่ามันแตกต่างจากทีวีธรรมดายังไง? หรือ ทีวี ทัชสกรีน คืออะไร? ด้วยเหตุนี้เราขอพาไปรู้จักกับ ทีวี ทัชสกรีน กันก่อนว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่? จอสัมผัส หรือจอทัชสกรีน เป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการโต้ตอบกับคอมพิวเตอร์โดยการสัมผัสบริเวณต่าง ๆ บนหน้าจอ อุปกรณ์การสื่อสารในปัจจุบัน เช่นSmartphone , Tablet หรือ ทีวี ทัชสกรีน เป็นตัวอย่างของเทคโนโลยีหน้าจอสัมผัสเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งานซึ่งสามารถพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน โดยการทำงาน หรือการโต้ตอบกับโปรแกรมต่าง ๆ ผ่านการสัมผัสหน้าจอโดยตรงด้วยความสะดวกและง่ายดายแทนการใช้เมาส์ คีย์บอร์ด หรือ รีโมท ซึ่งหน้าจอสัมผัสสามารถแบ่งออกได้หลายประเภท ตามกลไกหรือเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน ซึ่งอยู่เบื้องหลังการทำงานของหน้าจอแต่ละชนิดดังนี้

               ประเภทหน้าจอสัมผัส

1.หน้าจอสัมผัสชนิดตัวต้านทาน (Resistive screen)
หน้าจอสัมผัสชนิดนี้ประกอบด้วยแผ่นอินเดียมทินออกไซด์ (ITO) ที่มีลักษณะโปร่งใสและมีความต้านทานทางไฟฟ้าต่ำสองแผ่นวางขนานกันคั่นกลางด้วยช่องว่างเล็กๆ และปุ่มที่มีคุณสมบัติเป็นฉนวนไฟฟ้า เรียกว่า spacer
เมื่อผู้ใช้ออกแรงกดบนหน้าจอ แผ่นอินเดียมทินออกไซด์ทั้งสองแผ่นจะสัมผัสกัน ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าจากวงจรที่เชื่อมต่อกับแผ่นอินเดียมทินออกไซด์ทั้งสองเกิดความเปลี่ยนแปลงเนื่องจากค่าความต้านทานโดยรวมที่เปลี่ยนไประบบประมวลผลจึงสามารถระบุตำแหน่งที่สัมผัสได้ โดยหน้าจอสัมผัสประเภทนี้มักพบมากในอุปกรณ์ประเภทเครื่องกดเงินสดหรือ ATM

2. หน้าจอสัมผัสชนิดตัวเก็บประจุ (Capacitive Screen)
หน้าจอประเภทนี้ประกอบด้วยแผ่นขั้วตัวนำสองแผ่นซึ่งถูกกั้นด้วยชั้นฉนวนไฟฟ้าเรียกว่า ไดอิเล็กทริก (Dielectric Material)โดยขั้วไฟฟ้าจะถูกวางตัวอยู่ในรูปแบบของตาราง เมื่อนิ้วมือซึ่งมีคุณสมบัติเป็นตัวนำไฟฟ้าสัมผัสบนหน้าจอจะทำให้เกิดการถ่ายเทประจุไฟฟ้า (คล้ายกับหลักการของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เรียกว่า ตัวเก็บประจุ หรือ Capacitor)จากนั้นระบบคอมพิวเตอร์จะประมวลผลทำให้ทราบตำแหน่งของการสัมผัสในพิกัดแกนx และแกนy ได้ จอสัมผัสชนิดตัวเก็บประจุมักถูกใช้งานในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบพกพาที่พบได้ทั่วไป เช่น โทรศัพท์Smartphone อุปกรณ์ Tablet เป็นต้น

3. หน้าจอสัมผัสชนิดคลื่นอินฟราเรด (Infrared Screen)
หน้าจอสัมผัสชนิดนี้ จะมีหลอด LED ที่สามารถปล่อยแสงในช่วงคลื่นความถี่อินฟราเรดอยู่บริเวณขอบของแผ่นกระจก และมีเครื่องตรวจวัดแสง (Phototransistors) ในจุดตรงข้ามกับแหล่งกำเนิดแสงแหล่งกำเนิดแสงจะส่งแสงในช่วงอินฟราเรดที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ไปยังฝั่งตรงข้ามตลอดเวลาเมื่อมีการสัมผัสหน้าจอในจุดใดจุดหนึ่งเครื่องตรวจวัดแสงจะสามารถตรวจจับการหายไปของแสงอินฟราเรด และส่งสัญญาณให้กับระบบคอมพิวเตอร์คำนวณตำแหน่งของการสัมผัสตรงบริเวณดังกล่าวได้หน้าจอประเภทนี้มักถูกใช้ในอุปกรณ์ควบคุมเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากต้องใช้พื้นที่ที่มีขนาดใหญ่ในการสร้างวงจร

4. หน้าจอสัมผัสชนิดคลื่นเสียงที่ผิว (Surface Acoustic Screen)
อาศัยคุณสมบัติของคลื่นเสียงอัลตราโซนิกที่มีทิศทางการเคลื่อนที่แน่นอนและสามารถเดินทางได้ทั้งในตัวกลางทุกชนิดหน้าจอประเภทนี้มีตัวส่งและตัวรับสัญญาณวางอยู่ตามขอบหน้าจอ เมื่อเครื่องส่งสัญญาณ (Transmitting transducer) ส่งคลื่นเสียงอัลตราโซนิกออก คลื่นจะสะท้อนไป-กลับกับแผ่นสะท้อน (Reflector) บนขอบหน้าจอก่อนเดินทางไปยังเครื่องรับสัญญาณ (Receiving transducer) เมื่อผู้ใช้สัมผัสหน้าจอ พลังงานบางส่วนของคลื่นที่กำลังเดินทางเกิดจะถูกดูดกลืน ทำให้เครื่องรับสัญญาณระบุตำแหน่งดังกล่าวได้ หน้าจอประเภทนี้มักถูกใช้ในเครื่องจักรขนาดใหญ่

                 ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีหน้าจอสัมผัสถูกนำมาใช้งานหลายอย่างตามการคิดค้น และพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดใหม่ ๆ อย่างไรก็ตามนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ก็ยังคงศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความแม่นยำความถูกต้องในการใช้งานของอุปกรณ์และอำนวยความสะดวกในการใช้งานให้มากยิ่งขึ้นค่ะ