หน้า : พิมพ์หน้านี้ - เคล็ดลับการออกกำลังกายเพื่อลดพุง ตอนที่ 1

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => สุขภาพ-ความงาม => ข้อความที่เริ่มโดย: muscleguys ที่ 26 ส.ค. 15, 23:54 น

เคล็ดลับการออกกำลังกายเพื่อลดพุง ตอนที่ 1


กระทู้: เคล็ดลับการออกกำลังกายเพื่อลดพุง ตอนที่ 1
เริ่มกระทู้โดย: muscleguys ที่ 26 ส.ค. 15, 23:54 น
ความรู้เรื่องสุขภาพและวิทยาศาสตร์การกีฬาเพลาดึกๆอย่างนี้ ผมจะขอพูดเรื่อง “การออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก” ครับ
 
ก่อนอื่นเลย ผมอยากจะถามสาวๆชาวสปอร์ตเกิร์ลทั้งหลายว่า เคยสงสัยกันไหม ในชีวิตประจำวันโดยปกติแล้วเราควรออกกำลังกายนานสักกี่นาทีเพื่อที่จะลดความอ้วน? แล้วทำไมเจ้าสิ่งที่เรื่องว่าแอโรบิคนั้นถึงมักจะพูดกันว่าต้องใช้เวลาเสียเหงื่อต่อเนื่องกันเกิน 30 นาทีขึ้นไป? เวลามันไปเกี่ยวอะไรกับการออกกำลังกายด้วย?

หากคุณกำลังสงสัยสัยกับคำถามเหล่านี้ หรือมีเป้าหมายที่จะลดขนาดของความจ้ำหม้ำแล้วล่ะก็ ผมขออาสามาไขข้อข้องใจให้เองครับ

และนี่คือหลักสำคัญสามประการที่คุณๆควรรู้ก่อน ทำการลดความอ้วน


ประการแรกสุดเลยคือ ร่างกายของเราส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยน้ำถึง 70% ของน้ำหนักตัว
 
น้ำเป็นสสารที่ร่างกายใช้เพื่อหล่อเลี้ยงอวัยวะภายในและของเหลวต่างๆ อาทิเช่น เลือดและน้ำเหลืองที่ไหลเวียนอยู่ อีกทั้งยังทำหน้าที่ปรับสมดุลอุณหภูมิให้คงที่เฉลี่ยอยู่ประมาณ 36 องศาเซลเซียล  (ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ เวลาเราอยู่ท่ามกลางสภาวะอากาศที่หนาวเกินไปหรือร้อนเกินทน ร่างกายจึงต้องขับน้ำที่มีอุณหภูมิต่ำหรือสูงกว่า 36 องศาเซลเซียลออกมา ผ่านทางปัสสาวะและเหงื่อไคล)

และนั่นก็คือข้อบ่งชี้สำคัญที่อยากให้คุณๆจำไว้ว่า “ร่างกายสามารถขับน้ำออกมาได้หากอุณหภูมิภายในร้อนหรือเย็นเกินพอดี”
 



ประการที่สองคือ ร่างกายใช้ “น้ำตาล” เป็นพลังงาน
อืม ใช่ครับ คุณฟังไม่ผิดหรอก ร่างกายของเราทุกคนต่างล้วนใช้ “น้ำตาล” เป็นพลังงานในการขับเคลื่อนชีวิตจริงๆ น้ำตาลที่ร่างกายใช้ในกระบวนการเมตตาบอลิซึมหรือภาษาชาวบ้านคือกระบวนการสร้างพลังงานนั้น เป็นน้ำตาลหน่วยสุดเล็กจิ๋วที่เรียกว่า “น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว” ซึ่งได้จากการกินอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน อันมีปริมาณน้ำตาลที่ลดหลั่นกันไป และเมื่อปากของเราบดเคี้ยวหรือดื่มอาหารเหล่านี้เข้าไปแล้ว มันก็จะกรองเอาเจ้า “น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว” นี้ออกมา แล้วก็ดูดซึมไปใช้ในทันที (ข้อสังเกตคือ ยามที่เราหมดแรงหรือเสียเหงื่อจากการเล่นกีฬา เครื่องดืมเกลือแร่คือสิ่งแรกที่หลายๆคนคิดถึง เนื่องจากว่า เครื่องดื่มเกลือแร่เหล่านี้ประกอบไปด้วย น้ำตาลกลูโคส ซึ่งเป็นหนึ่งใน “น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว” ที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ทันที โดยมิต้องมีการกรองใดๆ นั่นทำให้กระบวนการภายในสันดาปพลังงานคืนมาได้อย่างรวดเร็ว)

และข้อบ่งชี้สำคัญที่อยากให้คุณๆจำไว้ในประเด็นนี้คือ “น้ำตาลเป็นเชื้อเพลิงตัวแรกที่ร่างกายใช้ในขณะออกกำลัง”





 
ประการที่สามคือ ความอ้วน = “แป้ง” และ “ไขมัน”
มาถึงตรงนี้ ผมอยากให้สาวๆคิดภาพตามกันครับว่า ตอนนี้ข้าวผัดหมูที่เรากลืนลงไปในท้องได้ถูกกรองแยกเอา น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวออกไปใช้เรียบร้อยแล้ว ทีนี้ก็เหลือแต่กากของซากหมู ข้าว น้ำมัน ที่ไร้น้ำตาลอยู่น่ะสิ ร่างกายจะทำอย่างไรต่อไปดี? บางคนอาจคิดถึงสิ่งเหม็นๆที่ถูกปล่อยออกมาในห้องสุขา แต่ผมขอบอกว่า ยังครับ ยังก่อน …. เรายังไปไม่ถึงจุดนั้น
ร่างกายขอเก็บเจ้าเศษซากเหล่านี้ไว้เพื่อดูดซึมไปเก็บไว้ในที่ต่างๆก่อน อาทิเช่น กรองโปรตีนไปเก็บไว้ในกล้ามเนื้อ กรองไขมันไปเก็บไว้ในอวัยวะภายในและชั้นใต้ผิวหนัง ย้ำนะครับว่า เก็บไขมันไว้ในชั้นใต้ผิวหนัง!! และแปลงคาร์โบไฮเดรตให้เป็นเศษแป้งเล็กจิ๋วที่เลือกว่า “ไกลโคเจน" แล้วเก็บไว้ที่ตับ เป็นต้น
อืมม เหมือนเราจะผ่านเรื่องน่ากลัวไปซะได้ อืมมม เพราะหัวใจของเรื่องมันอยู่ที่นี่ครับ อยู่ตรงที่ ร่างกายเก็บไขมันไว้ใต้ชั้นผิวหนัง กับเก็บแป้งไว้ที่ตับนี่หล่ะครับ โรคอ้วน โรคหัวใจ ต่างก็เกิดขึ้นด้วยปัจจัยของเจ้าไขมันกับแป้งนี่กันทั้งนั้น!

และข้อบ่งชี้สำคัญประการหนึ่งที่ร่างกายฝากมาบอกสาวๆก็คือ “ไขมันกับแป้งนั้น ร่างกายอนุมัติให้ผ่านเข้าปากได้ง่าย แต่อนุญาติให้ออกจากร่างกายนั้นยากเหลือแสน”




 

อืมม ได้ฟังอย่างนี้แล้ว สาวๆที่ะลดน้ำหนักตัวอย่าเพิ่งตกใจไปครับ ยังไงมันก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรงหรอก มันยังพอมีช่องทางต่อสู้ลดพุงอยู่ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะมาแนะนำวิธีให้ก็แล้วกันครับ

คืนนี้ หลับฝันดี กับหลักการทำงานสามประการของร่างกายที่ควรรู้ก่อนออกกำลังคือ

1)   “ร่างกายสามารถขับน้ำออกมาได้หากอุณหภูมิภายในร้อนหรือเย็นเกินพอดี”
2)   “น้ำตาลเป็นเชื้อเพลิงตัวแรกที่ร่างกายใช้ในขณะออกกำลัง”
3)   “ไขมันกับแป้งนั้น ร่างกายอนุมัติให้ผ่านเข้าปากได้ง่าย แต่อนุญาติให้ออกจากร่างกายนั้นยากเหลือแสน”


แล้วเรามาต่อยอดกัน ….. Fight for Slim!! Su Su!!

------------------------------------------------------------- 

ขอบคุณแรงบันดาลใจให้ออกกำลังกายจาก .sanooklife.com