หน้า : พิมพ์หน้านี้ - เคยมั้ย ? จะเปรียบเทียบประกันรถยนต์แต่ต้องมานั่งกลุ้ม

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ห้องข่าว => ข้อความที่เริ่มโดย: huttayaff ที่ 23 ม.ค. 17, 23:21 น

เคยมั้ย ? จะเปรียบเทียบประกันรถยนต์แต่ต้องมานั่งกลุ้ม


กระทู้: เคยมั้ย ? จะเปรียบเทียบประกันรถยนต์แต่ต้องมานั่งกลุ้ม
เริ่มกระทู้โดย: huttayaff ที่ 23 ม.ค. 17, 23:21 น


    สมัยนี้การจะทำประกันรถยนต์ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็น ประกัน รถยนต์ ชั้น1หรือประกันรถยนต์แบบอื่นๆ ก็มีให้เลือกจากตัวแทนโบรกเกอร์มากมาย หรือง่ายๆแค่ไปร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ หรือในอินเตอร์เน็ตก็มีนำเสนอมาให้เปรียบเทียบ ราคา ประกัน รถยนต์ จนเลือกแทบไม่ถูก แต่ถ้ายังไม่แน่ใจว่าที่ไหนดีกว่ากันอย่ามัวนั่งกลุ้มอยู่ ลองทำตามวิธีเหล่านี้ดู รับรองได้คำตอบดีๆแน่

วิธีเปรียบเทียบประกันรถยนต์

1. ถามผู้รู้หรือดูในเว็บ
การซื้อประกันรถยนต์ อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่าเดี๋ยวนี้มีมากมาย การจะรู้ว่าที่ไหนดีไม่ดีบ้างก็อาจถามผู้รู้ ญาติ เพื่อนสนิท คนคุ้นเคย หรือกูรูตามเว็บ ว่าเคยทำที่ไหนให้ผลประโยชน์และการบริการที่ดีกว่ากัน โดยเฉพาะการทำ ประกัน รถยนต์ ชั้น1 (https://www.drivedee.com/product/view/superdee) เนื่องจากมีราคาแพง หากเจอที่ไม่ดีก็อาจจะช้ำใจได้ แต่ก็ใช่ว่าได้ข้อมูลจากคนอื่นมาแล้วจะตัดสินใจซื้อเลย ลองนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกับการใช้รถของเราก่อน เพราะประกันรถยนต์ที่เขาว่าดีอาจไม่ใช่ประกันที่ดีที่สุดของเราก็ได้

2. ลองหาข้อมูลด้วยตัวเอง
เดี๋ยวนี้ข้อมูล เปรียบเทียบ ราคา ประกัน รถยนต์  (https://www.drivedee.com/product)และข้อมูลอื่นๆที่เราอยากรู้มีให้ค้นหามากมายทางอินเตอร์เน็ต หรืออาจจะเอาที่โบรกเกอร์ประกันภัยโทรมา เปรียบเทียบข้อมูลกันก็ได้ รู้ไหมบางที่ประกันจากบริษัทเดียวกันแต่โบรกเกอร์แต่ละที่คิดราคาต่างกันยังกับฟ้ากับเหวก็มี จึงต้องใจเย็นค่อยๆทำความเข้าใจเปรียบเทียบของแต่ละที่ เพื่อจะได้เจอที่ดีที่สุดทั้งด้านราคาและด้านความคุ้มครองกันให้จะๆไปเลย ก่อนตัดสินใจ
 
3. สอบถามบริษัทประกันหรือโบรกเกอร์ไปเลยตรงๆ
การพูดคุยกับโบรกเกอร์ประกันหรือบริษัทประกันไปเลยตรงๆก็เป็นสิ่งที่ดี คือขอแบบไม่ต้องเชียร์ใครตัวไหนจนออกนอกหน้า เอาแบบคุ้มได้ประโยชน์เต็มที่ ราคาประหยัด กันไปเลย หรือดูข้อมูลจริงของแต่ละบริษัทประกันที่เราควรรู้ที่เว็บไซต์ gobear ก็ได้ความรู้ดีเช่นกัน เพียงเลือกข้อมูลยี่ห้อตัวรถ / รุ่นรถ / ปีหรือประกันชั้นต่างๆที่เราต้องการ แล้วกดค้นหา แค่นี้ก็มีข้อมูลเปรียบเทียบประกันรถยนต์ไว้ให้ดูในหน้าเดียวแล้ว ไม่ว่าจะเป็น เปรียบเทียบประกันรถยนต์ ชั้น 1 หรือชั้นอื่นๆ ง่ายสะดวกสบาย ได้ข้อมูลที่แท้จริงด้วย

   เมื่อ เปรียบเทียบประกันรถยนต์ ชั้น 1 (https://www.drivedee.com/product) หรือชั้นอื่นๆจนได้ประกันที่คุณต้องการแล้วคราวนี้จึงเสียเงินทำประกันได้เลย นอกจากเรื่องประกันที่ควรดูแลใส่ใจแล้วอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ การใช้รถและการดูแลรักษารถยนต์ให้อยู่ในสภาพที่ดูดีและพร้อมใช้ตลอด เพราะการอยู่บนรถที่ไม่พร้อมอาจเกิดอุบัติเหตุอันตรายได้ ด้วยเทคนิค ดังนี้

เทคนิคการใช้รถยนต์และการดูแลรถ
- อย่าลากเกียร์
มือใหม่ที่ยังไม่ค่อยคุ้นชินกับการขับรถ อาจชอบขับรถแบบลากเกียร์ โดยหารู้ไม่ว่ามีอันตราย เพราะการขับรถลากเกียร์มากเกินไปอาจส่งผลเสียทำให้คลัชเสียหายและล้อรถก็พาลจะเสียไปได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย ทางที่ดีขับรถเปลี่ยนเกียร์ให้ถูกจังหวะดีที่สุด
- ไม่ควรเติมน้ำมันล้นถัง
การเติมน้ำมันเต็มถังเป็นเรื่องที่ดีแน่นอน เพราะจะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ค่อนข้างมาก แต่การเติมน้ำมันจนล้นถังแบบนี้ไม่ดีแน่นอน เพราะนอกจากทำให้เสียเงินส่วนเกินมาโดยไม่ได้ประโยชน์อะไรแล้ว น้ำมันที่เกินออกมาเมื่อเจอกับแสงแดดอาจทำให้มีปฏิกิริยาทางเคมีต่อกันจึงถือได้ว่าค่อนข้างอันตรายพอสมควรทีเดียว
-ไม่ควรขับรถจนน้ำมันหมดถัง
ข้อนี้ช่างตรงกันข้ามกับข้อด้านบนโดยสิ้นเชิง บางทีการคิดว่าปั๊มหน้าค่อยเติมน้ำมัน รออีกนิดนะเดี๋ยวค่อยเติม จนสุดท้ายรถน้ำมันหมดเกลี้ยงถัง แบบนี้กรองอาจเสียได้ เนื่องจากในตัวน้ำมันเองมักจะมีตะกอนบางชนิดที่อาจเข้าไปอุดตันบริเวณเครื่องกรองดังกล่าวได้ ดังนั้นหากไม่อยากเสียค่าซ่อมรถก็ควรกะระยะเติมน้ำมันให้ดี
- ควรล้างรถเป็นประจำทุกสัปดาห์หรืออย่างน้อยทุกเดือน
การล้างรถทุกทุกสัปดาห์ 15 วัน หรือทุก 1 เดือนเป็นวิธีการที่ถูกต้อง เพราะในทุกๆวันที่ขับรถออกไปข้างนอก รถจะเจอกับ ควันพิษ น้ำ เศษขยะหรือฝุ่นละอองที่เข้าไปด้านในรถ ดังนั้นเพื่อให้รถของเราดูใหม่อยู่เสมอและไม่หมักหมมเต็มไปด้วยเชื้อโรค ก็ทำความสะอาด ดูดฝุ่น ล้างรถยนต์บ่อยๆแค่นี้ก็ดูดีเหมือนเดิมแล้ว
- ขัดสีหรือเคลือบสีบ้าง
เป็นเรื่องปกติที่สีของรถยนต์ ทุกประเภทเมื่อใช้นานวันเข้าไป ก็มีอันต้องเสื่อมสภาพลงตามกาลเวลาและการใช้งาน โดยสีจะซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นเพื่อเป็นการยืดอายุสีให้ยาวนานขึ้นก็ควรขัดสีหรือเคลือบสีรถบ้าง อาจเป็นปีละ1 ครั้ง หรือ6 เดือนครั้งก็ได้ เพราะถ้าเราไม่ทำเลยและปล่อยไปนานๆอาจส่งผลทำให้รถเกิดการสึกกร่อนได้
- ดูแลรักษาเครื่องยนต์
เครื่องยนต์เป็นสิ่งสำคัญของตัวรถเลยก็ว่าได้ เพราะรถต้องใช้เครื่องยนต์ในการทำงาน ดังนั้นเพื่อที่จะทำให้รถยนต์ใช้ได้ไม่มีปัญหาอะไรไปนานแสนนานก็ควรเช็คดูแลรักษาเครื่องยนต์ให้พร้อมใช้อยู่เสมอ หากทำไม่ได้ด้วยตัวเองก็อาจเอาเข้าให้ศูนย์เช็คดูก็ได้เช่นกัน
   พร้อมทั้งเรื่องประกันและเรื่องการดูแลรถยนต์แบบนี้สบายใจหายห่วงได้เลย