หน้า : พิมพ์หน้านี้ - อย่าปล่อยให้สิว พรากความมั่นใจไปจากคุณ!

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ผู้หญิงชวนคุย => ข้อความที่เริ่มโดย: aime_clinic ที่ 14 ธ.ค. 17, 17:59 น

อย่าปล่อยให้สิว พรากความมั่นใจไปจากคุณ!


กระทู้: อย่าปล่อยให้สิว พรากความมั่นใจไปจากคุณ!
เริ่มกระทู้โดย: aime_clinic ที่ 14 ธ.ค. 17, 17:59 น

(https://s2.postimg.org/hucrxnyvd/image.jpg)

ใครว่าสิว เป็นเรื่อง สิว สิว กันล่ะคะ !!  ทราบไหมคะ ว่าเจ้าสิวเม็ดเล็กๆ ที่หลายๆคนมองข้าม นั้นมีพลังการทำลายล้างสูงมาก ถึงขั้นทำลายความมั่นใจและสร้างความวิตกกังวลอย่างมากมาย ซึ่งบางรายถึงขั้นเป็นโรคซึมเศร้าได้เลยทีเดียว ยิ่งในต่างประเทศการเป็นสิวนั้นจัดเป็นความเจ็บป่วย ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความสวยความงามอย่างที่บ้านเราคิดกันเท่านั้น ทีนี้เห็นไหมคะ ว่าเรื่องสิวไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่ควรมองข้ามเลย

รู้ไหมหนอ เจ้าสิวเม็ดน้อย เกิดจากอะไร?

(https://s2.postimg.org/om3704qbd/image.jpg)

สิว เกิดขึ้นจากการอักเสบของ pilosebaceous unit ซึ่งประกอบด้วยรากขน, ต่อมเหงื่อและต่อมไขมัน ซึ่งจริงๆ แล้วเรามีอยู่ทั่วร่างกาย แต่ทว่าในช่วงบริเวณของใบหน้า คอ และหน้าอก จะมีการทำงานของต่อมไขมันที่มีปริมาณหนาแน่นกว่าตำแหน่งอื่นๆนั่นเอง

(https://s2.postimg.org/9dd9md4cp/image.jpg)

เป็น “สิว” ก็มีแยกประเภทนะจ๊ะ

1 สิวอุดตัน (Comedone Acne) เกิดขึ้นจากการอุดตันของไขมัน แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ
-   ลักษณะของสิวที่มีรูเปิด ซึ่งมักเห็นเป็นจุดดำๆ เรียกว่า Open comedone
-   และลักษณะที่ไม่มีรูปเปิด โดยจะเห็นเป็นจุดสีขาวๆ เรียกว่า White Comedone ซึ่งจะพบเห็นบนใบหน้าของคนที่มีสิวอุดตันมากๆ ซึงสามารถที่จะกลายร่างเป็นสิวอักเสบ หรือในบางรายก็อาจจะไม่เป็นก็ได้ แตโดยปกติแล้วบนผิวหนังของคนเรามักจะเป็นที่อยู่อาศัยของแบคทีเรียที่มีชื่อว่า P.acnes  ซึ่งแบคทีเรียชนิดนี้จะสร้างสารที่ทำให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อ จนท้ายสุดก็จะกลายเป็นสิวอักเสบได้ในที่สุดนั่นเอง

2 สิวอักเสบ
มีลักษณะเป็นจุดสีขาวๆ บนจุดแดงๆ หรือเป็นหัวหนองขนาดใหญ่ อาจเกิดเพียงเล็กน้อย 1-2 เม็ด แต่สามารถลุกลาม กระจายตัวไปได้ทั่วทุกอาณาเขตบนใบหน้า ลามไปถึงคอ หน้าอก หรือแผ่นหลังได้เลยทีเดียว ซึ่งปริมาณจะเป็นตัวบ่งบอกระดับความรุนแรงและแบ่งแยกลักษณะการรักษา

3 สิวผด
สิวกลุ่มนี้อาจเริ่มจากการเป็นผดเล็กๆ แดงๆ ทั่วใบหน้า โดยจะมีอาการคันบุบยิบๆร่วมด้วย ปัจจัยที่ก่อให้เกิดอาจจะเป็นเรื่องของการเดินทางไปต่างถิ่น หรือเปลี่ยนเครื่องสำอาง ซึ่งต่อมาจะเริ่มมีจุดขาวๆ ขึ้นตามผดแดงๆ แต่หากยังสัมผัสสิ่งที่ทำให้เกิดการแพ้ สิวหนองหรือสิวอักเสบก็จะเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ ร่วมกับสิวอุดตันที่ก่อตัวพร้อมๆ กัน ยิ่งช่วงอากาศร้อนๆ เหงื่ออาจทำปฏิกิริยากับเครื่องสำอางหรือครีมบำรุงที่เราใช้ จนก่อให้เกิดการแพ้ทั้งๆ ที่เคยใช้แล้วไม่แพ้มาก่อนก็ตาม

4 สิวสเตียรอยด์
สิวที่จากการใช้ยาหรือครีมที่มีส่วนผสมของสเตียรอด์มาเป็นระยะเวลานานๆ โดยสิวจะเกิดขึ้นเองทันทีทันใด หรือเกิดทันทีหลังจากหยุดใช้ โดยสารสเตียรอยด์จะไปกดภูมิคุ้มกันบริเวณผิวหนังที่สัมผัสสเตียรอยด์เป็นเวลานานๆ จนทำให้ไม่มีภูมิคุ้มกัน เมื่อหยุดใช้ฉับพลัน ผิวหน้าจึงไม่แข็งแรงพอที่จะปกป้องตัวเองได้ จึงเกิดอาการแพ้เห่อขึ้นมาอย่างทันทีทันใด หรือ อีกสาเหตุหนึ่งคือการที่ผิวถูกกดภูมิคุ้มกันมานานจนยีสต์บนผิวหนังสามารถสร้างการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้น

5 สิวฮอร์โมน
 ในผู้ชายจะพบว่ามีอาการรุนแรงมากในช่วงวัยรุ่น ส่วนในผู้หญิงมักจะพบว่ามีความสัมพันธ์กับรอบเดือน ซึ่งต้องมีการตรวจเพื่อวินิจฉัยว่ามีโรคอะไรร้ายแรงซ่อนอยู่หรือไม่ เช่น เนื้องอกรักไข่ เพราะหากกำจัดต้นตอ ปัญหาสิวก็อาจหายไปได้เองโดยไม่จำเป็นต้องรับการรักษา

แวะสักนิด เรียนรู้วิธีการรักษา “สิว” กันสักหน่อย

(https://s2.postimg.org/4epr7u89l/image.jpg)

การรักษาหลักๆ ของคนเป็นสิวนั้นเริ่มจากการ
-   ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต
-   เน้นการรักษาความสะอาดของผิวและเครื่องนอน
-   ทายาในกลุ่มที่ช่วยให้มีการหลุดลอกของชั้นหนังกำพร้าได้เร็วขึ้น เพื่อลดการตกค้างของขี้ไคลในรูขุมขน และลดปริมาณแบคทีเรียบนชั้นผิว *(หากเป็นสิวอักเสบรุนแรง อาจต้องมีการทานยาฆ่าเชื้อร่วมด้วย แต่หากไม่ได้ผล อาจต้องได้รับยาในกลุ่มอนุพันธ์ของวิตามินเอแบบรับประทาน ยาตัวนี้จะออกฤทธิ์กดการทำงานของต่อมไขมันให้ลดลงได้ แต่มีผลข้างเคียงที่รุนแรง จึงต้องรับประทานยาภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น)
-    ในส่วนของสิวผดที่เริ่มเกิดจากการเป็นผื่นแพ้สัมผัส ต้องรักษาอาการแพ้ร่วมด้วย โดยการหลีกเลี่ยงการให้ผิวใบหน้าสัมผัสกับสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ อาจร่วมกับการรับประทานยาแก้แพ้ในกลุ่ม Anti-Histamine และ  Steroid  ร่วมด้วย
-    ส่วมกลุ่มสิวสเตียรอยด์ มีการรักษาค่อนข้างยาก เพราะผิวคนไข้ในกลุ่มนี้จะอ่อนแอมาก ฉะนั้นอาจต้องใช้เวลาหลายเดือน ในการปรับให้ภูมิคุ้มกันของผิวกลับเข้าสู่สภาวะปกติ โดยการรักษาจะเริ่มจาก หยุดใช้ยาหรือครีมที่มีสเตียรอยด์ ร่วมกับการรักษาสิวในแบบปกติ โดยอาจจะต้องเพิ่มยาฆ่าเชื้อราเข้าไปด้วย


***ติดต่อปรึกษาสอบถามได้รายละเอียดได้ที่***

LINE ID : @ aimeclinic
โทร : 083-461-5666
เว็บไซต์: https://www.aimeclinic.com/ (https://www.aimeclinic.com/)
Facebook: https://www.facebook.com/aimeclinic/ (https://www.facebook.com/aimeclinic/)
Instagram: aimeclinic