หน้า : พิมพ์หน้านี้ - นักท่องเที่ยวจีนหดเพราะ พล.อ.ประวิตร

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ห้องข่าว => ข้อความที่เริ่มโดย: trebs5b ที่ 17 ต.ค. 19, 17:28 น

นักท่องเที่ยวจีนหดเพราะ พล.อ.ประวิตร


กระทู้: นักท่องเที่ยวจีนหดเพราะ พล.อ.ประวิตร
เริ่มกระทู้โดย: trebs5b ที่ 17 ต.ค. 19, 17:28 น
            นักท่องเที่ยวจีนหดหาย เรามักเข้าใจว่าเพราะเศรษฐกิจจีนไม่ดี แต่ความจริง จีนไปเที่ยวที่อื่น ไม่มาไทย ทั้งนี้เป็นผลจากคำพูดของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ คราวเรือล่มภูเก็ตเมื่อกลางปี 2561

            ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส เปิดเผยว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาในประเทศไทยในช่วง 8 เดือน (มกราคม-สิงหาคม 2562) มีทั้งหมด 7,665,901 คน ลดลง 0.79% (https://bit.ly/2MQVSAX) ทั้งที่ในรอบหลายปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจีนพุ่งขึ้นกระฉูดเป็นอย่างมาก  การที่นักท่องเที่ยวจีนลดลงได้รับการอธิบายว่า เป็นเพราะเศรษฐกิจจีนไม่ดี นักท่องเที่ยวจึงลดการเดินทางออกนอกประเทศ

            แต่เมื่อพิจารณาข้อมูลของประเทศเพื่อนบ้าน กลับพบว่านักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น โดย

            1. ที่เมียนมา ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2562 นักท่องเที่ยวจีนเข้าไปแล้วถึง 457,069 คน หรือเพิ่มขึ้น 161% เมื่อเทียบกับในช่วงเดียวกันของปีก่อน (https://bit.ly/2BjjOaF)

            2. ที่กัมพูชา มีนักท่องเที่ยวจีน 1.1 ล้านคนในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2562 เพิ่มขึ้นถึง 40% ในระยะเวลาเดียวกันในปี 2561 (https://bit.ly/32oyFwp) คาดว่าทั้งปีจะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ากัมพูชาถึง 2.6 ล้านคน

            3. ที่เวียดนาม ในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมาของปี 2562 มีนักท่องเที่ยวจีนเข้าไปประมาณ 3,977,183 คน เพิ่มขึ้น 4.4% ในห้วงเวลาเดียวกัน (https://bit.ly/2nOldCW)
           4. ที่ฟิลิปปินส์ ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมาของปี 2562 มีนักท่องเที่ยวจีนเข้าไปประมาณ 1,038,409 คน เพิ่มขึ้น 35.6% เมื่อเทียบกับห้วงเดียวกันของปีก่อน (https://bit.ly/2oO5vs3)

            5. ที่มาเลเซีย ในรอบ 5 เดือนที่ผ่านมาของปี 2562 มีนักท่องเที่ยวจีนเข้าไปประมาณ 1.24 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7.6% เมื่อเทียบกับห้วงเดียวกันของปีก่อน (https://bit.ly/2YOoWNm)

            6. ที่สิงคโปร์ ในรอบ 8 เดือนที่ผ่านมาของปี 2562 มีนักท่องเที่ยวจีนเข้าไปประมาณ 2,598,225 คน เพิ่มขึ้น 5.11% เมื่อเทียบกับห้วงเดียวกันของปีก่อน (https://bit.ly/33EjK1y)
(https://attooktee.files.wordpress.com/2019/10/picture1-2.png)

           เมื่อเทียบกับแล้วจะพบว่า หากประมาณการถึง ณ สิ้นเดือนกันยายน 2562 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เข้าไปในประเทศเพื่อนบ้าน 6 ประเทศ มีประมาณ 13,184,002 คน เพิ่มจากปี 2561 ถึง 14% ในขณะที่ในกรณีประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามา 8,624,139 คน ลดลงจากปีก่อน 1% นี่แสดงชัดว่านักท่องเที่ยวจีนเบนเข็มไปท่องเที่ยวประเทศอื่นแทนประเทศไทย และอาจเหมือนนักท่องเที่ยวเกาหลีและไต้หวันที่เคยมาก่อนเที่ยวไทยเป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันนักท่องเที่ยวเกาหลีและไต้หวันเที่ยวเวียดนามมากกว่ามาประเทศไทยแล้ว

            นักท่องเที่ยวจีนกลับหดตัวลงในกรณีประเทศไทย อาจเป็นเพราะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม กรณีเหตุเรือล่มบริเวณเกาะเฮ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2562 ว่า "ก็นักท่องเที่ยวจีนเป็นคนทำนักท่องเที่ยวจีน" (https://bit.ly/2PvLBef) จนสร้างความไม่พอใจให้กับชาวจีนกระทั่งขู่บอยคอตไม่มาเที่ยวไทย จน พล.อ.ประวิตร ต้องขอโทษ ตามข่าวว่า "บิ๊กป้อม ขอโทษจีน พูดกระทบใจ ปมทำตัวเอง! เหตุเรือล่มภูเก็ต. . ." (https://bit.ly/2qSyRmo)

            นับแต่นั้นเป็นต้นมา จำนวนนักท่องเที่ยวจีนก็หดตัวลงตามลำดับ จากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการท่องเที่ยวทางภาคใต้ ทั้งที่ภูเก็ตและหลีเป๊ะ ต่างบอกในทำนองเดียวกันว่า นักท่องเที่ยวจีนหดตัวลงไปประมาณ 20% ซึ่งทำให้กิจการท่องเที่ยว โรงแรมที่พักต่างๆ ซบเซาลง  และคาดว่าในช่วงนอกฤดูการท่องเที่ยวของภาคใต้ คือเดือนมิถุนายน-ตุลาคม ซึ่งปกติจะมีนักท่องเที่ยวจีนมาทดแทนนักท่องเที่ยวยุโรป ก็อาจยังซบเซาอย่างต่อเนื่อง ขนาดว่ามีข่าวว่า "รมว.ท่องเที่ยวชี้ภาวะหดตัวของนักท่องเที่ยวจีนจบแล้ว" (https://bit.ly/2UBT8cD) แสดงว่าการพูดโดยไม่ทันระวังส่งผลเสียต่อการท่องเที่ยวจริง

            เมื่อปี 2560 นักท่องเที่ยวจีนเข้ามา 9,846,818 คน สร้างรายได้เข้าประเทศประมาณ 520,722.39 ล้านบาท (https://bit.ly/2PzdzZX) ถ้านักท่องเที่ยวในช่วงเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน 2561 หายไป 1,028,044 คน ก็เท่ากับทำเงินหล่นหายไปประมาณ 51,365 ล้านบาท เงินจำนวนนี้มีค่าสูงถึงประมาณ 2% ของงบประมาณแผ่นดินไทยที่ 3 ล้านล้านบาท (https://bit.ly/2Dy3pAV) ที่สำคัญถ้านับถึงวันนี้มูลค่าความเสียหายคงเสียหายไปนับแสนๆ ล้านบาทแล้ว

            กรณีนี้ต้องไปคิดค่าเสียหายกับใครหรือไม่ก็ต้องแล้วแต่พิจารณา

(https://external.fbkk5-4.fna.fbcdn.net/safe_image.php?d=AQCfXytjSdvOq2Zj&w=540&h=282&url=https%3A%2F%2Fattooktee.files.wordpress.com%2F2019%2F10%2Fimages-6.jpg&cfs=1&upscale=1&fallback=news_d_placeholder_publisher&_nc_hash=AQCIzwFnGRSNmGhh)

ที่มา : https://bit.ly/2MJai64