หน้า : 1 2 3  พิมพ์หน้านี้ - โครงการหลวง และเพิ่ม script สำหรับ IE 10 – 11 ค่ะ

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ร่วมเทิดไท้องค์ราชันย์ => ข้อความที่เริ่มโดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:25 น

โครงการหลวง


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:25 น
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง ที่เกิดขึ้นจากการที่ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จไปเยี่ยมราษฎรที่หมู่บ้านผักไผ่ อ. ฝาง จ. เชียงใหม่ ระหว่างเสด็จผ่านบริเวณดอยอ่างขาง ทรงทอดพระเนตรเห็นว่า ชาวเขาส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ปลูกฝิ่นขาย แต่ยังคงยากจน ทั้งยังทำลายทรัพยากรป่าไม้ ที่เป็นแหล่งสำคัญต่อระบบนิเวศ ถ้าปล่อยไว้ต่อไปอาจเกิดความเสียหายต่อประเทศได้ จึงมีพระราชดำริว่า พื้นที่นี้มีภูมิอากาศหนาวเย็น มีการปลูกฝิ่นมาก ไม่มีป่าไม้อยู่เลย และสภาพพื้นที่แถบนี้ไม่ลาดชันนัก ประกอบกับพระองค์ทรงทราบว่าชาวเขาได้เงินจากฝิ่นเท่ากับที่ได้จากการปลูกท้อพื้นเมือง และทรงทราบว่าที่สถานีทดลองไม้ผลเมืองหนาว ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ทดลองวิธีติดตา ต่อกิ่งกับท้อฝรั่ง จึงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 1,500 บาท เพื่อซื้อที่ดินและไร่จากชาวเขาในบริเวณดอยอ่างขางส่วนหนึ่ง จากนั้นจึงโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการหลวงขึ้นเป็นโครงการส่วนพระองค์ เมื่อปี 2512 โดยทรงแต่งตั้งให้ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการในตำแหน่งประธานมูลนิธิโครงการหลวง ใช้เป็นสถานีวิจัยและทดลองปลูกพืชเมืองหนาวชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไม้ผล ผัก ไม้ดอกเมืองหนาว เพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรชาวเขาในการนำพืชเหล่านี้มาเพาะปลูกเป็นอาชีพ ต่อมาได้พระราชทานนามใหม่ว่า “สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง” ตั้งอยู่ที่ ต. แม่งอน อ. ฝาง จ. เชียงใหม่


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:27 น
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง ที่เกิดขึ้นจากการที่ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จไปเยี่ยมราษฎรที่หมู่บ้านผักไผ่ อ. ฝาง จ. เชียงใหม่ ระหว่างเสด็จผ่านบริเวณดอยอ่างขาง ทรงทอดพระเนตรเห็นว่า ชาวเขาส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ปลูกฝิ่นขาย แต่ยังคงยากจน ทั้งยังทำลายทรัพยากรป่าไม้ ที่เป็นแหล่งสำคัญต่อระบบนิเวศ ถ้าปล่อยไว้ต่อไปอาจเกิดความเสียหายต่อประเทศได้ จึงมีพระราชดำริว่า พื้นที่นี้มีภูมิอากาศหนาวเย็น มีการปลูกฝิ่นมาก ไม่มีป่าไม้อยู่เลย และสภาพพื้นที่แถบนี้ไม่ลาดชันนัก ประกอบกับพระองค์ทรงทราบว่าชาวเขาได้เงินจากฝิ่นเท่ากับที่ได้จากการปลูกท้อพื้นเมือง และทรงทราบว่าที่สถานีทดลองไม้ผลเมืองหนาว ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ทดลองวิธีติดตา ต่อกิ่งกับท้อฝรั่ง จึงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 1,500 บาท เพื่อซื้อที่ดินและไร่จากชาวเขาในบริเวณดอยอ่างขางส่วนหนึ่ง จากนั้นจึงโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการหลวงขึ้นเป็นโครงการส่วนพระองค์ เมื่อปี 2512 โดยทรงแต่งตั้งให้ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการในตำแหน่งประธานมูลนิธิโครงการหลวง ใช้เป็นสถานีวิจัยและทดลองปลูกพืชเมืองหนาวชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไม้ผล ผัก ไม้ดอกเมืองหนาว เพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรชาวเขาในการนำพืชเหล่านี้มาเพาะปลูกเป็นอาชีพ ต่อมาได้พระราชทานนามใหม่ว่า “สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง” ตั้งอยู่ที่ ต. แม่งอน อ. ฝาง จ. เชียงใหม่


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:27 น
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง ที่เกิดขึ้นจากการที่ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จไปเยี่ยมราษฎรที่หมู่บ้านผักไผ่ อ. ฝาง จ. เชียงใหม่ ระหว่างเสด็จผ่านบริเวณดอยอ่างขาง ทรงทอดพระเนตรเห็นว่า ชาวเขาส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ปลูกฝิ่นขาย แต่ยังคงยากจน ทั้งยังทำลายทรัพยากรป่าไม้ ที่เป็นแหล่งสำคัญต่อระบบนิเวศ ถ้าปล่อยไว้ต่อไปอาจเกิดความเสียหายต่อประเทศได้ จึงมีพระราชดำริว่า พื้นที่นี้มีภูมิอากาศหนาวเย็น มีการปลูกฝิ่นมาก ไม่มีป่าไม้อยู่เลย และสภาพพื้นที่แถบนี้ไม่ลาดชันนัก ประกอบกับพระองค์ทรงทราบว่าชาวเขาได้เงินจากฝิ่นเท่ากับที่ได้จากการปลูกท้อพื้นเมือง และทรงทราบว่าที่สถานีทดลองไม้ผลเมืองหนาว ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ทดลองวิธีติดตา ต่อกิ่งกับท้อฝรั่ง จึงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 1,500 บาท เพื่อซื้อที่ดินและไร่จากชาวเขาในบริเวณดอยอ่างขางส่วนหนึ่ง จากนั้นจึงโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการหลวงขึ้นเป็นโครงการส่วนพระองค์ เมื่อปี 2512 โดยทรงแต่งตั้งให้ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการในตำแหน่งประธานมูลนิธิโครงการหลวง ใช้เป็นสถานีวิจัยและทดลองปลูกพืชเมืองหนาวชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไม้ผล ผัก ไม้ดอกเมืองหนาว เพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรชาวเขาในการนำพืชเหล่านี้มาเพาะปลูกเป็นอาชีพ ต่อมาได้พระราชทานนามใหม่ว่า “สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง” ตั้งอยู่ที่ ต. แม่งอน อ. ฝาง จ. เชียงใหม่


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:28 น
โครงการพระราชดำริปางตอง 2 หรือ ปางอุ๋ง เป็นโครงการในพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงเล็งเห็นว่า พื้นที่บริเวณนี้อยู่ติดกับแนวชายแดนประเทศเมียนมาร์ ซึ่งเป็นพื้นที่อันตราย เพราะมีกองกำลังต่างๆ มีการขนส่งอาวุธ ปลูกพืชเสพติด รวมถึงบุกรุกทำลายป่าไม้อยู่เสมอ จึงโปรดให้รวบรวมราษฎรบริเวณนี้ โดยมีพระราชประสงค์เพื่อสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน พร้อมพัฒนาความเป็นอยู่ สร้างอ่างเก็บน้ำ และฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์อย่างยั่งยืน ราษฎรจึงมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นนับจนถึงปัจจุบัน ปัจจุบัน ปางอุ๋ง เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของ จ. แม่ฮ่องสอน เนื่องจากมีบรรยากาศโรแมนทิคแทบทุกพื้นที่ ทิวสนสูงใหญ่ เมื่อตัดกับผืนน้ำช่างงดงามยิ่งนัก ปางอุ๋ง จึงได้รับขนานนามว่าเป็น “สวิทเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย” ไฮไลท์อยู่ที่บรรยากาศยามเช้า จะมีไอหมอกจางๆ ลอยขึ้นเหนือผืนน้ำ มีหงษ์สีดำ/ขาวมากมาย ซึ่งทางโครงการฯ เลี้ยงไว้ ต่างเล่นน้ำแหวกว่ายชูคออย่างมีความสุข ตั้งอยู่ที่บ้านรวมไทย ต. หมอกจำแป่ จ. แม่ฮ่องสอน


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:28 น
โครงการพระราชดำริปางตอง 2 หรือ ปางอุ๋ง เป็นโครงการในพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงเล็งเห็นว่า พื้นที่บริเวณนี้อยู่ติดกับแนวชายแดนประเทศเมียนมาร์ ซึ่งเป็นพื้นที่อันตราย เพราะมีกองกำลังต่างๆ มีการขนส่งอาวุธ ปลูกพืชเสพติด รวมถึงบุกรุกทำลายป่าไม้อยู่เสมอ จึงโปรดให้รวบรวมราษฎรบริเวณนี้ โดยมีพระราชประสงค์เพื่อสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน พร้อมพัฒนาความเป็นอยู่ สร้างอ่างเก็บน้ำ และฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์อย่างยั่งยืน ราษฎรจึงมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นนับจนถึงปัจจุบัน ปัจจุบัน ปางอุ๋ง เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของ จ. แม่ฮ่องสอน เนื่องจากมีบรรยากาศโรแมนทิคแทบทุกพื้นที่ ทิวสนสูงใหญ่ เมื่อตัดกับผืนน้ำช่างงดงามยิ่งนัก ปางอุ๋ง จึงได้รับขนานนามว่าเป็น “สวิทเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย” ไฮไลท์อยู่ที่บรรยากาศยามเช้า จะมีไอหมอกจางๆ ลอยขึ้นเหนือผืนน้ำ มีหงษ์สีดำ/ขาวมากมาย ซึ่งทางโครงการฯ เลี้ยงไว้ ต่างเล่นน้ำแหวกว่ายชูคออย่างมีความสุข ตั้งอยู่ที่บ้านรวมไทย ต. หมอกจำแป่ จ. แม่ฮ่องสอน


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:28 น
โครงการพระราชดำริปางตอง 2 หรือ ปางอุ๋ง เป็นโครงการในพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงเล็งเห็นว่า พื้นที่บริเวณนี้อยู่ติดกับแนวชายแดนประเทศเมียนมาร์ ซึ่งเป็นพื้นที่อันตราย เพราะมีกองกำลังต่างๆ มีการขนส่งอาวุธ ปลูกพืชเสพติด รวมถึงบุกรุกทำลายป่าไม้อยู่เสมอ จึงโปรดให้รวบรวมราษฎรบริเวณนี้ โดยมีพระราชประสงค์เพื่อสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน พร้อมพัฒนาความเป็นอยู่ สร้างอ่างเก็บน้ำ และฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์อย่างยั่งยืน ราษฎรจึงมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นนับจนถึงปัจจุบัน ปัจจุบัน ปางอุ๋ง เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของ จ. แม่ฮ่องสอน เนื่องจากมีบรรยากาศโรแมนทิคแทบทุกพื้นที่ ทิวสนสูงใหญ่ เมื่อตัดกับผืนน้ำช่างงดงามยิ่งนัก ปางอุ๋ง จึงได้รับขนานนามว่าเป็น “สวิทเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย” ไฮไลท์อยู่ที่บรรยากาศยามเช้า จะมีไอหมอกจางๆ ลอยขึ้นเหนือผืนน้ำ มีหงษ์สีดำ/ขาวมากมาย ซึ่งทางโครงการฯ เลี้ยงไว้ ต่างเล่นน้ำแหวกว่ายชูคออย่างมีความสุข ตั้งอยู่ที่บ้านรวมไทย ต. หมอกจำแป่ จ. แม่ฮ่องสอน


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:28 น
ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 300,000 บาท เพื่อเป็นทุนทรัพย์ก่อตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก ตั้งแต่ปี 2524 โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นศูนย์สาธิตและส่งเสริมการเพาะเห็ด และกาแฟพันธุ์อราบิกา ให้แก่ราษฎรนอกเหนือจากการปลูกเมี่ยง ปัจจุบันทางศุนย์ฯ นี้ได้สร้างที่พักติดภูเขาและสายน้ำอย่างดีให้ประชาชนทั่วไปสามารถมาพักได้ และหมู่บ้านใกล้เคียงอย่าง “แม่กำปอง” ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดอีกด้วย ตั้งอยู่ที่ ต. ห้วยแก้ว อ. แม่ออน จ. เชียงใหม่


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:28 น
ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 300,000 บาท เพื่อเป็นทุนทรัพย์ก่อตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก ตั้งแต่ปี 2524 โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นศูนย์สาธิตและส่งเสริมการเพาะเห็ด และกาแฟพันธุ์อราบิกา ให้แก่ราษฎรนอกเหนือจากการปลูกเมี่ยง ปัจจุบันทางศุนย์ฯ นี้ได้สร้างที่พักติดภูเขาและสายน้ำอย่างดีให้ประชาชนทั่วไปสามารถมาพักได้ และหมู่บ้านใกล้เคียงอย่าง “แม่กำปอง” ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดอีกด้วย ตั้งอยู่ที่ ต. ห้วยแก้ว อ. แม่ออน จ. เชียงใหม่


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:28 น
ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 300,000 บาท เพื่อเป็นทุนทรัพย์ก่อตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก ตั้งแต่ปี 2524 โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นศูนย์สาธิตและส่งเสริมการเพาะเห็ด และกาแฟพันธุ์อราบิกา ให้แก่ราษฎรนอกเหนือจากการปลูกเมี่ยง ปัจจุบันทางศุนย์ฯ นี้ได้สร้างที่พักติดภูเขาและสายน้ำอย่างดีให้ประชาชนทั่วไปสามารถมาพักได้ และหมู่บ้านใกล้เคียงอย่าง “แม่กำปอง” ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดอีกด้วย ตั้งอยู่ที่ ต. ห้วยแก้ว อ. แม่ออน จ. เชียงใหม่


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:29 น
เนื่องจากพื้นที่แถบนี้เป็นที่ราบสลับเนินเขา โดยมีความสูงจากน้ำทะเลปานกลางตั้งแต่ 500 ถึง 900 ม. และอยู่ใกล้กับลุ่มน้ำย่อยของแม่น้ำแม่ปิง จึงเหมาะมากกับการเพราะปลูก ในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงมีพระราชดำริให้จัดพื้นที่ทำกินให้แก่ชาวบ้านแถบนี้ รวมถึงชาวเขาเผ่าแม้ว กะเหรี่ยง โดยส่งเสริมการวิจัย และเพาะพันธุ์ให้แก่เกษตรกร ได้แก่ ผักจำพวกผักสลัด ไม้ดอกไม้ประดับ และผลไม้ต่างๆ โดยศูนย์ฯ แห่งนี้ ยังเป็นที่ผลิตและส่งออกดอกเบญจมาศที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนืออีกด้วยตั้งอยู่ที่ ต. ปิงโค้ง อ. เชียงดาว จ. เชียงใหม่


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:29 น
เนื่องจากพื้นที่แถบนี้เป็นที่ราบสลับเนินเขา โดยมีความสูงจากน้ำทะเลปานกลางตั้งแต่ 500 ถึง 900 ม. และอยู่ใกล้กับลุ่มน้ำย่อยของแม่น้ำแม่ปิง จึงเหมาะมากกับการเพราะปลูก ในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงมีพระราชดำริให้จัดพื้นที่ทำกินให้แก่ชาวบ้านแถบนี้ รวมถึงชาวเขาเผ่าแม้ว กะเหรี่ยง โดยส่งเสริมการวิจัย และเพาะพันธุ์ให้แก่เกษตรกร ได้แก่ ผักจำพวกผักสลัด ไม้ดอกไม้ประดับ และผลไม้ต่างๆ โดยศูนย์ฯ แห่งนี้ ยังเป็นที่ผลิตและส่งออกดอกเบญจมาศที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนืออีกด้วยตั้งอยู่ที่ ต. ปิงโค้ง อ. เชียงดาว จ. เชียงใหม่


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:29 น
เนื่องจากพื้นที่แถบนี้เป็นที่ราบสลับเนินเขา โดยมีความสูงจากน้ำทะเลปานกลางตั้งแต่ 500 ถึง 900 ม. และอยู่ใกล้กับลุ่มน้ำย่อยของแม่น้ำแม่ปิง จึงเหมาะมากกับการเพราะปลูก ในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงมีพระราชดำริให้จัดพื้นที่ทำกินให้แก่ชาวบ้านแถบนี้ รวมถึงชาวเขาเผ่าแม้ว กะเหรี่ยง โดยส่งเสริมการวิจัย และเพาะพันธุ์ให้แก่เกษตรกร ได้แก่ ผักจำพวกผักสลัด ไม้ดอกไม้ประดับ และผลไม้ต่างๆ โดยศูนย์ฯ แห่งนี้ ยังเป็นที่ผลิตและส่งออกดอกเบญจมาศที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนืออีกด้วยตั้งอยู่ที่ ต. ปิงโค้ง อ. เชียงดาว จ. เชียงใหม่


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:29 น
เดิมสถานที่แห่งนี้มีการบุกรุกผืนป่า ทำไร่เลื่อนลอย ปลูกข้าว ปลูกฝิ่น จากชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง และชาวไทยภูเขา ทำให้ป่ามีสภาพเสื่อมโทรม ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงอยากให้ชาวเขาเหล่านั้นมีพื้นที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง จึงมีพระราชดำริให้ถ่ายทอดความรู้การเกษตรแผนใหม่ ให้หันมาทำการเกษตรแบบถาวร จึงจัดตั้ง “สถานีวิจัยโครงการหลวงอินทนนท์” ขึ้นในปี 2522 ดำเนินงานวิจัยด้านไม้ดอก ไม้ประดับ พืชผัก และไม้ผล และเปลี่ยนมาเป็น “สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์” ในปี 2550 ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ต. บ้านหลวง อ. จอมทอง จ. เชียงใหม่


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:29 น
เดิมสถานที่แห่งนี้มีการบุกรุกผืนป่า ทำไร่เลื่อนลอย ปลูกข้าว ปลูกฝิ่น จากชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง และชาวไทยภูเขา ทำให้ป่ามีสภาพเสื่อมโทรม ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงอยากให้ชาวเขาเหล่านั้นมีพื้นที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง จึงมีพระราชดำริให้ถ่ายทอดความรู้การเกษตรแผนใหม่ ให้หันมาทำการเกษตรแบบถาวร จึงจัดตั้ง “สถานีวิจัยโครงการหลวงอินทนนท์” ขึ้นในปี 2522 ดำเนินงานวิจัยด้านไม้ดอก ไม้ประดับ พืชผัก และไม้ผล และเปลี่ยนมาเป็น “สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์” ในปี 2550 ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ต. บ้านหลวง อ. จอมทอง จ. เชียงใหม่


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:29 น
เดิมสถานที่แห่งนี้มีการบุกรุกผืนป่า ทำไร่เลื่อนลอย ปลูกข้าว ปลูกฝิ่น จากชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง และชาวไทยภูเขา ทำให้ป่ามีสภาพเสื่อมโทรม ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงอยากให้ชาวเขาเหล่านั้นมีพื้นที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง จึงมีพระราชดำริให้ถ่ายทอดความรู้การเกษตรแผนใหม่ ให้หันมาทำการเกษตรแบบถาวร จึงจัดตั้ง “สถานีวิจัยโครงการหลวงอินทนนท์” ขึ้นในปี 2522 ดำเนินงานวิจัยด้านไม้ดอก ไม้ประดับ พืชผัก และไม้ผล และเปลี่ยนมาเป็น “สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์” ในปี 2550 ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ต. บ้านหลวง อ. จอมทอง จ. เชียงใหม่


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:30 น
ศูนย์วิจัยฯ นี้ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2525 ครั้งนั้นในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำรัสให้กองพืชสวนกรมวิชาการเกษตร ใช้ท้องทุ่งนี้เป็นสถานที่ทดลองและขยายพันธุ์พืชบนที่สูง เพื่อส่งเสริม และถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่เกษตรกรบนที่สูง เพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น นักท่องเที่ยวนิยมมาสัมผัสความสวยงามของดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระดอยสีชมพู ในช่วงฤดูหนาว และชมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร แปลงไม้ และผลไม้เมืองหนาว เช่น สาลี่ พลัม ท้อ เนคทารีน และสตรอว์เบอร์รี ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ต. บ้านหลวง อ. จอมทอง จ. เชียงใหม่


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:30 น
ศูนย์วิจัยฯ นี้ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2525 ครั้งนั้นในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำรัสให้กองพืชสวนกรมวิชาการเกษตร ใช้ท้องทุ่งนี้เป็นสถานที่ทดลองและขยายพันธุ์พืชบนที่สูง เพื่อส่งเสริม และถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่เกษตรกรบนที่สูง เพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น นักท่องเที่ยวนิยมมาสัมผัสความสวยงามของดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระดอยสีชมพู ในช่วงฤดูหนาว และชมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร แปลงไม้ และผลไม้เมืองหนาว เช่น สาลี่ พลัม ท้อ เนคทารีน และสตรอว์เบอร์รี ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ต. บ้านหลวง อ. จอมทอง จ. เชียงใหม่


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:30 น
ศูนย์วิจัยฯ นี้ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2525 ครั้งนั้นในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำรัสให้กองพืชสวนกรมวิชาการเกษตร ใช้ท้องทุ่งนี้เป็นสถานที่ทดลองและขยายพันธุ์พืชบนที่สูง เพื่อส่งเสริม และถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่เกษตรกรบนที่สูง เพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น นักท่องเที่ยวนิยมมาสัมผัสความสวยงามของดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระดอยสีชมพู ในช่วงฤดูหนาว และชมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร แปลงไม้ และผลไม้เมืองหนาว เช่น สาลี่ พลัม ท้อ เนคทารีน และสตรอว์เบอร์รี ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ต. บ้านหลวง อ. จอมทอง จ. เชียงใหม่


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:30 น
พื้นที่บริเวณนี้มีลักษณะเป็นภูเขาสลับซับซ้อน ทอดยาวตามแนวเหนือใต้ และอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 800-1,200 ม. เป็นสถานที่อยู่อาศัยของชาวเขาเผ่าม้ง และกะเหรี่ยง ที่ยึดอาชีพหลักในการปลูกฝิ่น ทำไร่เลื่อนลอย กระทั่งถึงปี 2539 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่โถ” โดยการให้ความรู้ และส่งเสริมอาชีพเกี่ยวกับการเกษตรแผนใหม่ เพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น รวมถึงการลดใช้สารเคมีกับการปลูกกะหล่ำปี ตั้งอยู่ใน ต. บ่อสลี อ. ฮอด จ. เชียงใหม่


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:30 น
พื้นที่บริเวณนี้มีลักษณะเป็นภูเขาสลับซับซ้อน ทอดยาวตามแนวเหนือใต้ และอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 800-1,200 ม. เป็นสถานที่อยู่อาศัยของชาวเขาเผ่าม้ง และกะเหรี่ยง ที่ยึดอาชีพหลักในการปลูกฝิ่น ทำไร่เลื่อนลอย กระทั่งถึงปี 2539 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่โถ” โดยการให้ความรู้ และส่งเสริมอาชีพเกี่ยวกับการเกษตรแผนใหม่ เพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น รวมถึงการลดใช้สารเคมีกับการปลูกกะหล่ำปี ตั้งอยู่ใน ต. บ่อสลี อ. ฮอด จ. เชียงใหม่


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:30 น
พื้นที่บริเวณนี้มีลักษณะเป็นภูเขาสลับซับซ้อน ทอดยาวตามแนวเหนือใต้ และอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 800-1,200 ม. เป็นสถานที่อยู่อาศัยของชาวเขาเผ่าม้ง และกะเหรี่ยง ที่ยึดอาชีพหลักในการปลูกฝิ่น ทำไร่เลื่อนลอย กระทั่งถึงปี 2539 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่โถ” โดยการให้ความรู้ และส่งเสริมอาชีพเกี่ยวกับการเกษตรแผนใหม่ เพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น รวมถึงการลดใช้สารเคมีกับการปลูกกะหล่ำปี ตั้งอยู่ใน ต. บ่อสลี อ. ฮอด จ. เชียงใหม่


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:31 น
ศูนย์พัฒนาฯ แห่งนี้ ก่อกำเนิดขึ้นหลังจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรในเขตหมู่บ้าน วัดจันทร์ พระองค์ทรงทราบถึงความยากลำบากของชาวเขาในพื้นที่ จึงมีพระราชดำริให้ก่อตั้ง “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์” ขึ้น เพื่อช่วยให้สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้แก่ราษฎร เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยสถานที่นี้มีทิวทัศน์ที่สวยงามของป่าสนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อปป.) เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคย ตั้งอยู่ใน อ. กัลยาณิวัฒนา จ. เชียงใหม่


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:31 น
ศูนย์พัฒนาฯ แห่งนี้ ก่อกำเนิดขึ้นหลังจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรในเขตหมู่บ้าน วัดจันทร์ พระองค์ทรงทราบถึงความยากลำบากของชาวเขาในพื้นที่ จึงมีพระราชดำริให้ก่อตั้ง “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์” ขึ้น เพื่อช่วยให้สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้แก่ราษฎร เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยสถานที่นี้มีทิวทัศน์ที่สวยงามของป่าสนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อปป.) เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคย ตั้งอยู่ใน อ. กัลยาณิวัฒนา จ. เชียงใหม่


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:31 น
ศูนย์พัฒนาฯ แห่งนี้ ก่อกำเนิดขึ้นหลังจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรในเขตหมู่บ้าน วัดจันทร์ พระองค์ทรงทราบถึงความยากลำบากของชาวเขาในพื้นที่ จึงมีพระราชดำริให้ก่อตั้ง “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์” ขึ้น เพื่อช่วยให้สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้แก่ราษฎร เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยสถานที่นี้มีทิวทัศน์ที่สวยงามของป่าสนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อปป.) เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคย ตั้งอยู่ใน อ. กัลยาณิวัฒนา จ. เชียงใหม่


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:31 น
โครงการนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกที่หนึ่งของ จ. เพชรบุรี ซึ่งภายในโครงการ มีทั้งแปลงปลูกพืชเศรษฐกิจและพืชไร่หลายชนิด อาทิ สับปะรด มะนาว ชมพู่เพชร มันเทศ ยางพารา และแปลงปลูกข้าว โดยทั้งหมดนี้ใช้เกษตรอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมี มีฟาร์มโคนม ฟาร์มไก่ และมีกังหันลมผลิตไฟฟ้าขายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แถมมีมุมถ่ายภาพสวยๆ ให้เก็บภาพเป็นที่ระลึกกัน
ตั้งอยู่ที่บ้านหนองคอไก่ ต. เขากระปุก อ. ท่ายาง จ. เพชรบุรี



กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:31 น
โครงการนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกที่หนึ่งของ จ. เพชรบุรี ซึ่งภายในโครงการ มีทั้งแปลงปลูกพืชเศรษฐกิจและพืชไร่หลายชนิด อาทิ สับปะรด มะนาว ชมพู่เพชร มันเทศ ยางพารา และแปลงปลูกข้าว โดยทั้งหมดนี้ใช้เกษตรอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมี มีฟาร์มโคนม ฟาร์มไก่ และมีกังหันลมผลิตไฟฟ้าขายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แถมมีมุมถ่ายภาพสวยๆ ให้เก็บภาพเป็นที่ระลึกกัน
ตั้งอยู่ที่บ้านหนองคอไก่ ต. เขากระปุก อ. ท่ายาง จ. เพชรบุรี



กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:31 น
โครงการนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกที่หนึ่งของ จ. เพชรบุรี ซึ่งภายในโครงการ มีทั้งแปลงปลูกพืชเศรษฐกิจและพืชไร่หลายชนิด อาทิ สับปะรด มะนาว ชมพู่เพชร มันเทศ ยางพารา และแปลงปลูกข้าว โดยทั้งหมดนี้ใช้เกษตรอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมี มีฟาร์มโคนม ฟาร์มไก่ และมีกังหันลมผลิตไฟฟ้าขายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แถมมีมุมถ่ายภาพสวยๆ ให้เก็บภาพเป็นที่ระลึกกัน
ตั้งอยู่ที่บ้านหนองคอไก่ ต. เขากระปุก อ. ท่ายาง จ. เพชรบุรี



กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:33 น
เป็นสถานที่ท่องเที่ยว พักผ่อน ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ซึ่งภายในโครงการ ได้มีการสร้างประตูระบายน้ำ ที่สามารถเปิดระบายน้ำท่วมขัง และสามารถปิดเมื่อเกิดน้ำทะเลหนุนสูงได้ทันท่วงที เพื่อไม่ให้เขตกรุงเทพฯ ได้รับความเสียหาย อีกทั้งยังมีการติดตั้งกังหันทดน้ำ สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าอีกด้วย บรรยากาศโดยรอบโอบล้อมด้วยโครงการถนนวงแหวนอุตสาหกรรมอย่าง สะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2 คนจึงนิยมเดินทางไปพักผ่อนช่วงแดดร่มลมตกกันจำนวนมาก ตั้งอยู่ใกล้กับตลาดสดพระประแดง อ. พระประแดง จ. สมุทรปราการ


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:33 น
เป็นสถานที่ท่องเที่ยว พักผ่อน ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ซึ่งภายในโครงการ ได้มีการสร้างประตูระบายน้ำ ที่สามารถเปิดระบายน้ำท่วมขัง และสามารถปิดเมื่อเกิดน้ำทะเลหนุนสูงได้ทันท่วงที เพื่อไม่ให้เขตกรุงเทพฯ ได้รับความเสียหาย อีกทั้งยังมีการติดตั้งกังหันทดน้ำ สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าอีกด้วย บรรยากาศโดยรอบโอบล้อมด้วยโครงการถนนวงแหวนอุตสาหกรรมอย่าง สะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2 คนจึงนิยมเดินทางไปพักผ่อนช่วงแดดร่มลมตกกันจำนวนมาก ตั้งอยู่ใกล้กับตลาดสดพระประแดง อ. พระประแดง จ. สมุทรปราการ


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:33 น
เป็นสถานที่ท่องเที่ยว พักผ่อน ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ซึ่งภายในโครงการ ได้มีการสร้างประตูระบายน้ำ ที่สามารถเปิดระบายน้ำท่วมขัง และสามารถปิดเมื่อเกิดน้ำทะเลหนุนสูงได้ทันท่วงที เพื่อไม่ให้เขตกรุงเทพฯ ได้รับความเสียหาย อีกทั้งยังมีการติดตั้งกังหันทดน้ำ สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าอีกด้วย บรรยากาศโดยรอบโอบล้อมด้วยโครงการถนนวงแหวนอุตสาหกรรมอย่าง สะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2 คนจึงนิยมเดินทางไปพักผ่อนช่วงแดดร่มลมตกกันจำนวนมาก ตั้งอยู่ใกล้กับตลาดสดพระประแดง อ. พระประแดง จ. สมุทรปราการ


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:33 น
โครงการเขื่อนคลองท่าด่าน เป็นโครงการช่วยเหลือพื้นที่เกษตรกรรมให้บรรเทาอุทกภัย น้ำไม่ท่วมขัง และกักเก็บน้ำไว้ใช้ช่วงหน้าแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อกักเก็บน้ำได้มากขึ้น ทำให้พื้นที่โดยรอบชุ่มน้ำ ประชาชนมีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นอาชีพมากขึ้น หล่อเลี้ยงชุมชนทั้ง 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง ปากพลี องครักษ์ และบ้านนา ให้อุดมสมบูรณ์มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี อีกทั้งพื้นที่โดยรอบได้ปรับปรุงสถานที่ให้สวยงาม เหมาะแก่การพักผ่อน ตั้งอยู่ที่บ้านท่าด่าน ต. หินตั้ง อ. เมือง จ. นครนายก


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:33 น
โครงการเขื่อนคลองท่าด่าน เป็นโครงการช่วยเหลือพื้นที่เกษตรกรรมให้บรรเทาอุทกภัย น้ำไม่ท่วมขัง และกักเก็บน้ำไว้ใช้ช่วงหน้าแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อกักเก็บน้ำได้มากขึ้น ทำให้พื้นที่โดยรอบชุ่มน้ำ ประชาชนมีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นอาชีพมากขึ้น หล่อเลี้ยงชุมชนทั้ง 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง ปากพลี องครักษ์ และบ้านนา ให้อุดมสมบูรณ์มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี อีกทั้งพื้นที่โดยรอบได้ปรับปรุงสถานที่ให้สวยงาม เหมาะแก่การพักผ่อน ตั้งอยู่ที่บ้านท่าด่าน ต. หินตั้ง อ. เมือง จ. นครนายก


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:33 น
โครงการเขื่อนคลองท่าด่าน เป็นโครงการช่วยเหลือพื้นที่เกษตรกรรมให้บรรเทาอุทกภัย น้ำไม่ท่วมขัง และกักเก็บน้ำไว้ใช้ช่วงหน้าแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อกักเก็บน้ำได้มากขึ้น ทำให้พื้นที่โดยรอบชุ่มน้ำ ประชาชนมีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นอาชีพมากขึ้น หล่อเลี้ยงชุมชนทั้ง 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง ปากพลี องครักษ์ และบ้านนา ให้อุดมสมบูรณ์มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี อีกทั้งพื้นที่โดยรอบได้ปรับปรุงสถานที่ให้สวยงาม เหมาะแก่การพักผ่อน ตั้งอยู่ที่บ้านท่าด่าน ต. หินตั้ง อ. เมือง จ. นครนายก


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:33 น
โครงการเขื่อนคลองท่าด่าน เป็นโครงการช่วยเหลือพื้นที่เกษตรกรรมให้บรรเทาอุทกภัย น้ำไม่ท่วมขัง และกักเก็บน้ำไว้ใช้ช่วงหน้าแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อกักเก็บน้ำได้มากขึ้น ทำให้พื้นที่โดยรอบชุ่มน้ำ ประชาชนมีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นอาชีพมากขึ้น หล่อเลี้ยงชุมชนทั้ง 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง ปากพลี องครักษ์ และบ้านนา ให้อุดมสมบูรณ์มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี อีกทั้งพื้นที่โดยรอบได้ปรับปรุงสถานที่ให้สวยงาม เหมาะแก่การพักผ่อน ตั้งอยู่ที่บ้านท่าด่าน ต. หินตั้ง อ. เมือง จ. นครนายก


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:36 น
ก่อสร้างเมื่อปี 2537 มีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่การเกษตร บรรเทาปัญหาอุทกภัยในเขตพื้นที่ลุ่มแม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ซึ่งนับว่าแก้ไขจัดการน้ำได้เป็นอย่างดี เป็นเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทยถึง 4,860 ม. แถมยังเป็นสถานที่พักผ่อนใกล้กรุง ที่มีผู้คนหลั่งไหลมาเที่ยวตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงเดือน พย.-มค. จะมีขบวนรถไฟสายพิเศษเพื่อการท่องเที่ยว กรุงเทพฯ-เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เปิดให้บริการตั้งอยู่ที่ ต. หนองบัว อ. พัฒนานิคม จ. ลพบุรี


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:36 น
ก่อสร้างเมื่อปี 2537 มีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่การเกษตร บรรเทาปัญหาอุทกภัยในเขตพื้นที่ลุ่มแม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ซึ่งนับว่าแก้ไขจัดการน้ำได้เป็นอย่างดี เป็นเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทยถึง 4,860 ม. แถมยังเป็นสถานที่พักผ่อนใกล้กรุง ที่มีผู้คนหลั่งไหลมาเที่ยวตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงเดือน พย.-มค. จะมีขบวนรถไฟสายพิเศษเพื่อการท่องเที่ยว กรุงเทพฯ-เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เปิดให้บริการตั้งอยู่ที่ ต. หนองบัว อ. พัฒนานิคม จ. ลพบุรี


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:36 น
ก่อสร้างเมื่อปี 2537 มีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่การเกษตร บรรเทาปัญหาอุทกภัยในเขตพื้นที่ลุ่มแม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ซึ่งนับว่าแก้ไขจัดการน้ำได้เป็นอย่างดี เป็นเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทยถึง 4,860 ม. แถมยังเป็นสถานที่พักผ่อนใกล้กรุง ที่มีผู้คนหลั่งไหลมาเที่ยวตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงเดือน พย.-มค. จะมีขบวนรถไฟสายพิเศษเพื่อการท่องเที่ยว กรุงเทพฯ-เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เปิดให้บริการตั้งอยู่ที่ ต. หนองบัว อ. พัฒนานิคม จ. ลพบุรี


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:36 น
เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าไม้ เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนและคนในชุมชน เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ภายในโครงการมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศของพื้นที่ และให้ความรู้เรื่องพันธุ์สัตว์น้ำ มีกิจกรรมล่องเรือชมธรรมชาติป่าชายเลน และวิถีชุมชนประมงปากน้ำปราณบุรี ชมป่าโกงกางที่มีอายุร่วมร้อยปีที่หาชมได้ยาก รวมถึงป่าเบญจพรรณ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง เช่น เลียงผา กวาง นกยูง ไก่ป่า เป็นต้น
ตั้งอยู่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองเก่า และป่าคลองคอย ต. ปากน้ำปราณ อ. ปราณบุรี จ. ประจวบคีรีขันธ์


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:36 น
เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าไม้ เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนและคนในชุมชน เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ภายในโครงการมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศของพื้นที่ และให้ความรู้เรื่องพันธุ์สัตว์น้ำ มีกิจกรรมล่องเรือชมธรรมชาติป่าชายเลน และวิถีชุมชนประมงปากน้ำปราณบุรี ชมป่าโกงกางที่มีอายุร่วมร้อยปีที่หาชมได้ยาก รวมถึงป่าเบญจพรรณ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง เช่น เลียงผา กวาง นกยูง ไก่ป่า เป็นต้น
ตั้งอยู่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองเก่า และป่าคลองคอย ต. ปากน้ำปราณ อ. ปราณบุรี จ. ประจวบคีรีขันธ์


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:37 น
เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าไม้ เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนและคนในชุมชน เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ภายในโครงการมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศของพื้นที่ และให้ความรู้เรื่องพันธุ์สัตว์น้ำ มีกิจกรรมล่องเรือชมธรรมชาติป่าชายเลน และวิถีชุมชนประมงปากน้ำปราณบุรี ชมป่าโกงกางที่มีอายุร่วมร้อยปีที่หาชมได้ยาก รวมถึงป่าเบญจพรรณ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง เช่น เลียงผา กวาง นกยูง ไก่ป่า เป็นต้น
ตั้งอยู่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองเก่า และป่าคลองคอย ต. ปากน้ำปราณ อ. ปราณบุรี จ. ประจวบคีรีขันธ์


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:37 น
พื้นที่ภายในโครงการมีการก่อสร้างฝายทดน้ำในลำห้วยแม่ระวัง และบ้านห้วยหวาย เพื่อให้มีน้ำเพียงพอในการทำการเกษตรกรรม อีกทั้งเป็นสถานที่ที่รวบรวมกล้าไม้เพื่อแจกจ่ายให้ราษฎรไปปลูกเพื่อประกอบอาชีพได้ อาทิ กล้าสะเดา มะฮอกกานี สมอพิเภก มะค่าโม่ง ประดู่ป่า มะขาม และที่นี่ยังปลูกป่าหวายเป็นจำนวนกว่า 100 ไร่ เพื่อเป็นวัสดุจักสานสร้างอาชีพในอนาคตได้ และส่งเสริมการใช้ผลผลิตจากการหมักสะเดา ทำสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เป็นแหล่งสาธิตให้ความรู้แก่เกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป ตั้งอยู่ที่ ต. สมเด็จเจริญ อ. หนองปรือ จ. กาญจนบุรี


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:37 น
พื้นที่ภายในโครงการมีการก่อสร้างฝายทดน้ำในลำห้วยแม่ระวัง และบ้านห้วยหวาย เพื่อให้มีน้ำเพียงพอในการทำการเกษตรกรรม อีกทั้งเป็นสถานที่ที่รวบรวมกล้าไม้เพื่อแจกจ่ายให้ราษฎรไปปลูกเพื่อประกอบอาชีพได้ อาทิ กล้าสะเดา มะฮอกกานี สมอพิเภก มะค่าโม่ง ประดู่ป่า มะขาม และที่นี่ยังปลูกป่าหวายเป็นจำนวนกว่า 100 ไร่ เพื่อเป็นวัสดุจักสานสร้างอาชีพในอนาคตได้ และส่งเสริมการใช้ผลผลิตจากการหมักสะเดา ทำสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เป็นแหล่งสาธิตให้ความรู้แก่เกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป ตั้งอยู่ที่ ต. สมเด็จเจริญ อ. หนองปรือ จ. กาญจนบุรี


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:37 น
พื้นที่ภายในโครงการมีการก่อสร้างฝายทดน้ำในลำห้วยแม่ระวัง และบ้านห้วยหวาย เพื่อให้มีน้ำเพียงพอในการทำการเกษตรกรรม อีกทั้งเป็นสถานที่ที่รวบรวมกล้าไม้เพื่อแจกจ่ายให้ราษฎรไปปลูกเพื่อประกอบอาชีพได้ อาทิ กล้าสะเดา มะฮอกกานี สมอพิเภก มะค่าโม่ง ประดู่ป่า มะขาม และที่นี่ยังปลูกป่าหวายเป็นจำนวนกว่า 100 ไร่ เพื่อเป็นวัสดุจักสานสร้างอาชีพในอนาคตได้ และส่งเสริมการใช้ผลผลิตจากการหมักสะเดา ทำสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เป็นแหล่งสาธิตให้ความรู้แก่เกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป ตั้งอยู่ที่ ต. สมเด็จเจริญ อ. หนองปรือ จ. กาญจนบุรี


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:37 น
โครงการนี้ก่อตั้งเพื่อพัฒนาอาชีพการประมง และการเกษตรในเขตพื้นที่ชายฝั่งทะเลจันทบุรี ให้ทำอาชีพควบคู่กับระบบนิเวศป่าชายเลนอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด และยั่งยืน มีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น กุ้งแชบ๊วย กุ้งกุลาดำ ปลากะพงขาว เป็นต้น และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ระบบนิเวศ การบริหารจัดการชายฝั่ง อีกทั้งส่งเสริมให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้ประชาชนได้เข้ามาศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนโดยรอบ โดยมีสะพานทอดยาวท่ามกลางร่มไม้ของป่าชายเลน
ตั้งอยู่ในศูนย์การศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต. คลองขุด อ. ท่าใหม่ จ. จันทบุรี


กระทู้: โครงการหลวง
เริ่มกระทู้โดย: nokna2529 ที่ 18 ต.ค. 19, 10:38 น
โครงการนี้ก่อตั้งเพื่อพัฒนาอาชีพการประมง และการเกษตรในเขตพื้นที่ชายฝั่งทะเลจันทบุรี ให้ทำอาชีพควบคู่กับระบบนิเวศป่าชายเลนอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด และยั่งยืน มีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น กุ้งแชบ๊วย กุ้งกุลาดำ ปลากะพงขาว เป็นต้น และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ระบบนิเวศ การบริหารจัดการชายฝั่ง อีกทั้งส่งเสริมให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้ประชาชนได้เข้ามาศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนโดยรอบ โดยมีสะพานทอดยาวท่ามกลางร่มไม้ของป่าชายเลน
ตั้งอยู่ในศูนย์การศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต. คลองขุด อ. ท่าใหม่ จ. จันทบุรี